Trending Tags

หนึ่งตำนานกองหน้าที่ประสบความสำเร็จยุคเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นกุนซือแมนฯยู

ดไวท์ ยอร์ค ฉายา”เพชฌฆาตหน้าเปื้อนยิ้ม” เกิดเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 1971 เขาเป็นนักเตะชาว ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก ซึ่งเคยเล่นให้กับแอสตัน วิลล่า, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส, เบอร์ฮิงแฮม ซิตี้, ซิดนี่ย์ เอฟซี และซันเดอร์แลนด์

เขาเคยเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมให้กับทีมชาติตรินิแดด แอนด์ โตเบโก ในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2010 ด้วย ยอร์ค ถูกค้นพบโดย เกรแฮม เทย์เลอร์ ที่ขณะนั้นเป็นผู้จัดการทีมของ แอสตัน วิลล่า ระหว่างปี 1989 โดย ค้นพบในเกมอุ่นเครื่องช่วงทัวร์ซีซั่น และฟอร์มไปเข้าตา เทย์เลอร์ ที่ยื่นข้อเสนอให้เขาทดสอบฝีเท้าที่ แอสตัน วิลล่า

ต่อมา ยอร์ค ได้สัญญาถาวร และลงประเดิมเกมดิวิชั่นหนึ่งให้ แอสตัน วิลล่า เจอกับคริสตัล พาเลซ วันที่ 24 มีนาคม 1990 โดยที่ คริสตัล พาเลซ เป็นฝ่ายชนะ 1-0

ช่วงเวลาของเขาที่ แอสตัน วิลล่า ตั้งแต่ 1989-1998 ยอร์ค เริ่มต้นด้วยการเป็นปีกขวา กระทั่งซีซั่น 1995-96 เขาถูกจับเล่นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ และสร้างชื่อเป็นหนึ่งในดาวยิงของพรีเมียร์ลีกได้อย่างรวดเร็ว

ขณะที่การย้ายของเขาออกจาก แอสตัน วิลล่า มีเรื่องวุ่นวายเลยทีเดียว เมื่อ จอห์น เกรกอรี่ ผจก.ทีมแอสตัน วิลล่า ในตอนนั้น บอกว่าไม่ต้องการขายยอร์ค เว้นแต่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะเอา แอนดี้ โคล กองหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด มาแลก
ต่อมา ยอร์ค บอกกับ เกรกอรี่ ว่าต้องการย้ายทีม ที่ทำให้ เกรกอรี่ โกธรมาก

ยอร์ค ลงเล่นเกมๆ หนึ่งให้ แอสตัน วิลล่า เจอ เอฟเวอร์ตัน ช่วงต้นซีซั่นเดือน สิงหาคม 1998 อย่างไรก็ตามเขาไม่มีกะจิตกะใจจะเล่นเนื่องจากไม่มีความสุขที่ วิลล่าอีกต่อไป ถึงตอนนี้ทำให้ วิลล่าไม่มีทางเลือกนอกจากขาย ยอร์ค และเขาได้ไป แมนฯ ยูไนเต็ด สมใจด้วยค่าตัว 12.6 ล้านปอนด์ในเดือน สิงหาคม 1998 เหตุนี้จึงมีแฟน วิลล่า บางส่วนที่ไม่พอใจแม้ว่า ยอร์ค จะอยู่ วิลล่านานถึง 9 ปี

ซีซั่นแรกในสีเสื้อ แมนฯ ยูไนเต็ด ยอร์ค เป็นตัวสำคัญที่ช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้สามแชมป์ ทั้งพรีเมียร์ ลีก, เอฟเอ คัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่นี่เขาประสานงานกับ แอนดี้ โคล คู่หูที่รู้ใจสุดๆ จนสื่อช่วงนั้นยกให้เป็นคู่หูที่ดีที่สุดในเวที พรีเมียร์ลีก

ยอร์ค จบซีซั่นนั้นด้วยการเป็นดาวซัลโวสูงสุดทำไป 18 ประตู และทำประตูได้ในเกมกับ บาเยิร์น, บาร์เซโลน่า, อินเตอร์ และยูเวนตุสใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ยอร์ค ยังเป็นผู้เล่นตัวหลักของทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดแชมป์พรีเมียร์ ลีกซีซั่น 1999/2000 และทำได้ 22 ประตูทุกรายการ

แม้ว่าในฤดูกาลที่ 3 กับทีม เขาจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จเป็นการส่วนตัวมากนัก แต่เขาก็ยังอุตส่าห์ทำแฮตทริกได้ในเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ อาร์เซนอล ก่อนจะคว้าแชมป์ลีกมาครองเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน จนชื่อเสียงกลับมาอีกครั้ง

เขาได้ลงเล่นน้อยลงในฤดูกาล 2001-2002 ท่ามกลางกระแสข่าวว่าเขาไม่ค่อยลงรอยกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เกี่ยวกับเรื่องที่เขาคบกับ จอร์แดนนางแบบสาวชาวอังกฤษ ในเดือน มกราคม เขาพลาดย้ายไปร่วมทีม มิดเดิ้ลสโบรช์ แต่ ยอร์ค ก็ได้ย้ายไป แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ด้วยค่าตัว 2 ล้านปอนด์ในช่วงปิดฤดูกาล โดยรวมแล้วเขายิงให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปทั้งหมด 64 ลูก จากการลงเล่น 188 เกม

ยอร์ค ลงเล่น 2 ซีซั่นให้ทีม กุหลาบไฟ ที่ที่เขาได้ร่วมงานกับแอนดี้ โคล คู่หูเก่าที่ยูไนเต็ดอีกครั้ง ที่นี่ยอร์คทำไป 13 ประตูในปีแรกของเขาที่แบล็คเบิร์นช่วยให้ทีมคว้าอันดับ 6 และได้ไปเล่นยูฟ่า คัพ ฤดูกาลต่อมาเขาได้เล่นไม่ต่อเนื่อง และมีปัญหากับแกรม ซูเนสส์ ผู้จัดการทีม มีข่าวลือว่าซูเนสส์ กล่าวหาเขาไม่ทุ่มเทพอ ต่อมา ยอร์ค ย้ายไป เบอร์มิงแฮม ในปี 2004 แบบไม่มีค่าตัว

ยอร์ค เริ่มอาชีพที่ เบอร์มิงแฮม ได้ดีทีเดียว โดยการยิงประตูฉลองการเล่นในบ้านนัดแรก นัดที่เขาพบชาร์ลตัน ทำให้เขาชนะใจแฟน เบอร์มิงแฮม ที่ไม่ชอบเขาที่เคยเล่นให้ แอสตัน วิลล่า ทีมคู่รักคู่แค้น ต่อมา ยอร์ค ยิงได้อีกในนัดที่เจอ นิวคาสเซิ่ล เดือนตุลาคม อย่างไรก็ตาม นับจากนั้น ยอร์ค ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับม้านั่งสำรอง และต่อมาถูกสตีฟ บรู๊ซ ปล่อยตัว ก่อนจะไปอยู่กับซิดนีย์ เอฟซี ทีมในเอลีก ออสเตรเลีย

ปี 2006 ซันเดอร์แลนด์ ประกาศคว้าตัวยอร์ค ด้วยค่าตัว 2 แสนปอนด์ และได้ร่วมงานกับรอย คีน อดีตเพื่อนร่วมทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ขณะนั้นเป็นกุนซือซันเดอร์แลนด์ ยอร์คลงเล่นนัดแรกในบ้านเจอกับเลสเตอร์ ซิตี้ และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟนบอล ที่ซันเดอร์แลนด์ยอร์คถูกจับเล่นมิดฟิลด์ตัวรับมากกว่าตำแหน่งกองหน้า

หลังจากที่รอย คีน ลงจากตำแหน่งผู้จัดการทีมซันเดอร์แลนด์เดือนธันวาคม 2008 ยอร์ค และนีล เบลีย์ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยของริคกี้ สบราย่า จบฤดูกาล 2008-09 เขาถูกปล่อยตัวออกจากสโมสร

หลังจากถูกปล่อยตัวจาก ซันเดอร์แลนด์ในปี 2009 เขาก็หาต้นสังกัดใหม่ลงเล่นไม่ได้จนกระทั่งปิดตลาดซื้อขายนักเตะ ทำให้ ยอร์ค ตัดสินใจอำลาแขวนสตั๊ดไปในเดือน กันยายนปี 2009 และเข้ามารับงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติ ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก

สำหรับในทีมชาตินั้น ยอร์คเล่นให้กับตรินิแดด แอนด์ โตเบโก ไป 72 เกมอย่างเป็นทางการ โดยยิงไปทั้งหมด 26 ลูก แต่เมื่อรวมเกมอุ่นเครื่องอย่างไม่เป็นทางการแล้ว เขาก็ลงเล่นไปเกิน 100 นัด เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมชาติอย่าง รัสเซลล์ ลาตาปี เขาเป็นส่วนหนึ่งในทีมชาติชุดในปี 1990 ที่เกือบพาทีมไปลุยฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในปี 1990 ได้

 

ต่อมา ยอร์คก็ประกาศอำลาทีมชาติในปี 2001 เนื่องจากไม่ลงรอยกับโค้ช อย่างไรก็ตามเขาก็หวนกลับคืนสู่ทีมอีกครั้ง และพาทีมไปลุยฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 2006 ได้สำเร็จ หลังจากเอาชนะ บาห์เรนด้วยประตูรวม 2 – 1 ในรอบคัดเลือก

ยอร์ค ประกาศอำลาทีมชาติอีกครั้งในปี 2007 เพื่อหันมามีสมาธิอย่างเต็มที่กับการค้าแข้งให้ ซันเดอร์แลนด์ เขาได้สวมปลอกแขนให้ทีมชาติเป็นนัดสุดท้ายในนัดเยือน เยอรมัน แต่หลังจากนั้นเขาก็หวนคืนสู่ทีมชาติอีกครั้งในนัดอุ่นเครื่องกับ อังกฤษในเดือน มิถุนายนปี 2008 หลังได้รับคำเชิญจาก แจ็ค วอร์เนอร์ รองประธานฟีฟ่า

เกียรติประวัติ
แอสตัน วิลล่า
แชมป์ ลีก คัพ : 1995–96
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
แชมป์ พรีเมียร์ลีก : 1998–99, 1999–2000, 2000–01
แชมป์ เอฟ เอ คัพ : 1998–99
แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : 1998–99
แชมป์ อินเตอร์คอนติเนนตัล คัพ: 1999
ซิดนีย์ เอฟซี
แชมป์ เอ ลีก : 2005–06
ซันเดอร์แลนด์
แชมป์ แชมเปี้ยนส์ชิพ ลีก 2006–07
ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก(ทีมชาติ)
แคริเบี้ยน คัพ : 1989

credit : https://www.thefamouspeople.com/

images credit : https://www.birminghammail.co.uk/

images credit : https://www.manutd.com/

images credit : https://www.skysports.com/

images credit : https://www.theguardian.com/

images credit : https://www.foxsports.com.au/

images credit : https://www.rte.ie/

images credit : https://www.thenorthernecho.co.uk/

images credit : https://www.socawarriors.net/lamp/4631/

images credit : https://strettynews.com/