Trending Tags

ตำนานดาวยิงทีมชาติ สวีเดน และสโมสร “ยักษ์เขียว”เซลติก จนกลายเป็นตำนาน

เฮนริค ลาร์สสัน หนึ่งในดาวยิงระดับตำนานของสวีเดน และ กลาสโกว์ เซลติก ลาร์สสัน ยอดศูนย์หน้าชาวสวีดิช มีชื่อเต็มว่า “เอ็ดเวิร์ด เฮนริค ลาร์สสัน” เกิดเมื่อวันที่ 20 กันยายน ปี 1971 ที่เมือง เฮลซิงบอร์ก ประเทศสวีเดน โดยเขาโด่งดังสุดขีด สมัยที่ค้าแข้งอยู่กับ สโมสร กลาสโกว์ เซลติก ทีมดังในลีกประเทศ สกอตแลนด์ ซึ่งเขาใช้เวลาอยู่ที่นั่นถึง 7 ปี และช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาครองได้ถึง 4 สมัย และถ้วยใบเล็กของลีกอีกมากมาย

ลาร์สสัน เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับสโมสรโนเนมอย่าง โฮแกบอร์ก ในบ้านเกิด ตั้งแต่อายุ 17 ปี ตลอดการค้าแข้งกับสโมสร โฮแกบอร์ก ลงสนาม 63 นัด ทำประดูได้ 23 ประตู ก่อนจะย้ายไปร่วมทีมดังของประเทศ อย่าง เฮลซิงบอร์ก ในปี 1992 และก็สร้างผลงานน่าประทับใจตั้งแต่ฤดูกาลแรก เมื่อซัดไประเบิดเถิดเทิงถึง 50 ประตู จากการลงสนาม 56 นัด ให้กับ เฮลซิงบอร์ก และนั่นก็ทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังขึ้นมาในวงการลูกหนังยุโรปทันที จนมีหลายทีมยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปจับตาสถานะการณ์อย่างใกล้ชิด

โดยเฉพาะได้รับข้อเสนอจาก กราสช็อปเปอร์ ซูริช ทีมดังของสวิตเซอร์แลนด์ และ เฟเยนูร์ด ทีมดังของฮอลแลนด์ ก่อนที่เขาจะไปลงเอยกับ เฟเยนูร์ด ในปี 1993 ด้วยค่าตัว 295,000 ปอนด์เท่านั้น โดยลงสนามให้กับทีมกังหันลมไป 101 นัด ทำประตูได้ 26 ประตูใน 4 ปีที่อยู่ที่นี่ ซึ่งอาจจะดูน้อยไปหน่อยกับประตูที่ได้จากเขา แต่ก็เพราะเขาถูกโยกให้เล่นให้กับ เฟเยนูร์ด ในตำแหน่งกองหน้าต่ำตัวพักบอล จ่ายบอลมากกว่าการเป็นกองหน้าตัวเป้า

ต่อมาในปี 1997 ลาร์สสัน ก็ถูก วิม แยนเซ่น กุนซือขอ “ม้าลายเขียวขาว”เซลติก ในขณะนั้น ซื้อตัวมาลงเล่นในลีกสกอตแลนด์ ด้วยค่าตัว 650,000 ปอนด์ และ ลาร์สสัน อยู่ค้าแข้งอยู่ที่นี่พา เซลติก คว้าแชมป์สก็อตติชพรีเมียร์ลีกถึง 4 สมัยตลอด 7 ปี แค่ฤดูกาลแรก ลาร์สสัน ยิงระเบิดเถิดเทิง 35 ประตู ในลีกสูงของสกอตแลนด์ และถ้านับรวมทุกรายการเขายิงไปถึง 53 ประตู ทำให้เขาได้รับรางวัลดาวซัลโว “รองเท้าทองคำ” ของยุโรป ไปครองอย่างยอดเยี่ยม แม้ว่าจะมีเสียงมุบมิบนินทาบ้างว่าที่เขายิงได้ประตูได้เยอะขนาดนั้น ก็เพราะลงเล่นในสกอตแลนด์ ที่มาตรฐานของเกมลูกหนังยังถือว่าอ่อนชั้นก็ตาม




ลาร์สสัน ลงสนามให้กับ เซลติก ไปทั้งหมด 315 นัด ในช่วงปี 1997-2004 และยิงได้มากมายถึง 242 ประตู ทำให้เขาเป็นอันดับ 3 ของดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของเซลติก หลังจากหมดสัญญากับ เซลติก ในปี 2004 ลาร์สสัน ถูกปล่อยตัวฟรี

ในขณะนั้นกับวัย 32 ปี ลาร์สสัน ก็ขอย้ายออกไปหาความท้าทายใหม่ๆ จนได้รับข้อเสนอจาก บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่ง ลาลีกา สเปน เป็นสัญญาระยะเวลา 1 ปี ทว่าในฤดูกาลแรก ลาร์สสัน ได้รับบาดเจ็บหนักถึงขั้นขาหักต้องพักยาวทั้งฤดูกาล แม้ได้ลงสนามไปเพียงช่วงเดียว แต่เจ้าบุญทุ่มยังเห็นแววเก่งในตัวของเขาอยู่ จึงพิจารณาเพิ่มสัญญาใหม่ให้อยู่กับทีมอีกหนึ่งปี ซึ่งหลังจากหายเจ็บกลับมา ในฤดูกาล 2005-2006 เขาลงสนามไป 40 นัด ยิงได้ 13 ประตู ช่วยทีมคว้าแชมป์ ลาลีกา 2 สมัย รวมถึง ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก อีกสมัย

ในเดือนมกราคม ปี 2006 ลาร์สสัน ออกมาประกาศว่าเขาตัดสินจะย้ายจาก บาร์เซโลน่า กลับไปเล่นใน สวีเดน หลังจากที่จะหมดสัญญากับสโมสรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แม้ว่า โจน ลาปอร์ต้า ประธานสโมสรบาร์ซ่า จะเสนอสัญญาให้อีก 1 ปี ให้กับเขา ก็ตาม แต่ ลาร์สสัน คิดว่าในวัย 34 ปี เขาก็ประสบความสำเร็จในอาชีพค้าแข้งมามากมายแล้ว มันถึงเวลาที่เขาจะกลับไประยะเวลาที่เหลือก่อนแขวนสตั๊ดไปในอาชีพนักเตะ ด้วยการลงเล่นในบ้านเกิดของตัวเองจะดีกว่า

ต้นปี 2006 ลาร์สสัน ย้ายกลับมาค้าแข้งยัง เฮลซิงบอร์ก ทีมที่ปลุกปั้นเขาจนโด่งดัง แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่ค่อยจะสมบรูณืนักทำให้เขาได้ลงสนามไม่จะเต็มเม็ดเต็มหน่วยซักเท่าไหร่ ตั้งแต่ปี 2006-2009 เขาลงสนามให้กับ เฮลซิงบอร์ก ไปเพียง 84 เกมเท่านั้น และยิงไป 38 ประตู

และในปี 2007 ถือเป็นเรื่องฮือฮาที่ แมนฯยูไนเต็ด ในการคุมทีมของ อาเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยอดทีมจากอังกฤษ มีข้อเสนอยืมตัวเขาจาก เฮลซิงบอร์ก ไปใช้งานชั่วคราว(3เดือน)เพราะทาง กองหน้าในทีมของ เฟอร์กูสัน บาดเจ็บระนาว จึงยืมมาเพื่อเป็นตัวซัพพอร์ทให้กับ เวย์น รูนีย์ และ คาลอส เตเบซ ซึ่งถือว่ามีกองหน้าจำกัดจำเขี่ยน่าดูในขณะนั้น
หลังจากนั้น ลาร์สสัน ก็ประกาศแขวนสตั๊ดไป จนมาในปี 2013 โฮแกบอร์ก เสนอให้เขามาช่วยทีมฝ่าวิกฤต แต่ด้วยอายุอานามในตอนนั้นของเขาปาเข้าวัย 41 ปี ฝืนสังขารไม่ไหวและประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการไปในที่สุด




ในนามทีมชาติสวีเดน ลาร์สสัน ลงสนามให้กับทีมชาติสวีเดน ไปแล้ว 96 นัด ทำได้ 36 ประตู โดยประตูส่วนใหญ่เกิดจากการที่เขาเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ หรือ ปีก ให้กับทีม และดาวยิงรายนี้ ทำประตูได้ในการแข่งขันรายการใหญ่ๆของโลก มาแล้ว ทั้งฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายปี 1994 ที่สหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าภาพ และ สวีเดน ได้อันดับ 3 รวมทั้งฟุตบอลโลก 2002 ที่เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น เป็นเจ้าภาพ และในรอบสุดท้ายของฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ปี 2000 ที่เบลเยี่ยม และ ฮอลแลนด์ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ และ ปี 2004 ที่โปรตุเกส เป็นเจ้าภาพ

ครั้งแรก ลาร์สสัน ได้เคยประกาศเลิกเล่นให้กับทีมชาติไปแล้วในปี 2002 แต่ก็ถูกชักชวนให้กลับมาอีกครั้งในปี 2004 ในรอบคัดเลือกของฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโปหลังประกาศอำลาไปเพียงแค่สองปี จนมาถึง ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2006 ผ่านไปอีกสองปีเช่นกัน ลาร์สสัน ประกาศอำลาทีมชาติเป็นครั้งที่ 2 ฝากผลงาน 96 นัด ทำได้ 36 ประตูในสีเสื้อทีมชาติ


เกียรติประวัติ
เฟเยร์นูร์ด
KNVB คัพ: 1993–94, 1994–95
เซลติก
สก็อตแลนด์ พรีเมียร์ ดิวิชั่น/สก็อตติช พรีเมียร์ลีก: 1997–98, 2000–01, 2001–02, 2003–04
สก็อตติช คัพ: 2000–01, 2003–04
สก็อตติช ลีก คัพ: 1997–98, 2000–01
รองแชมป์ยูฟ่า คัพ: 2002–03
บาร์เซโลน่า
ลาลีกา: 2004–05, 2005–06
ซูเปอร์โกปา เด เอสปาญา: 2005
ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก: 2005–06
เฮลซิงบอร์ก
สเวนสก้า คูเปน: 2006
แมนฯยู
พรีเมียร์ลีก: 2006–07
ทีมชาติ สวีเดน
อันดับ 3 ฟุตบอลโลก 1994

images credit : https://www.alltomhif.se/

images credit : https://pt.garynevillegasm.com/

images credit : http://celticmatchprogrammes.co.uk/

images credit : https://www.football365.com/

images credit : https://www.eurosport.com/

images credit : https://www.scotsman.com/

images credit : https://punditarena.com/

images credit : https://www.beinsports.com/