Trending Tags

ตำนานกองหน้าหนึ่งในแข้งที่ดีที่สุดของ นิวคาสเซิ่ล ยุค 90′ “เลส เฟอร์ดินานด์”

ในยุคหนึ่งของ พรีเมียร์ลีก ทีม นิวคาสเซิ่ล ไม่ใช่ทีมระดับกลางที่เอาตัวรอดในพรีเมียร์ลีกไปแบบวัน ๆเฉกเช่นในปัจจุบัน แต่เป็นสโมสรที่มีลุ้นไปเล่นฟุตบอลยุโรป และถึงขั้นลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดด้วยซ้ำไป

ช่วงนั้นคือตอนที่ เควิน คีแกน และ เคนนี่ ดัลกลิช กุมบังเหียนทีมสาลิกาดง และหลายคนคงจดจำยอดกองหน้าตำนานของสโมสร อลัน เชียเรอร์ ได้ขึ้นใจ แต่ต้องบอกว่า หัวหอกคู่หูอย่าง เลส เฟอร์ดินานด์ ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมเกือบคว้าแชมป์ลีกเช่นกัน

เขาเป็นนักเตะที่รูปร่างสูงใหญ่ตามมาตรฐานกองหน้าทั่วไป แต่ก็มีความแข็งแกร่ง ถึกทน เล่นลูกกลางอากาศได้ดี ชนกับกองหลังร่างยักษ์ได้แบบไม่มีปัญหา แต่ก็มีจุดอ่อนกับสไตล์การเล่นแบบกองหน้ายุคเก่าที่เน้นเข้าปะทะ ไม่มีเทคนิคมากนัก

เลส เฟอร์ดินานด์ เกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ปี 1966 ที่ประเทศอังกฤษ และเป็นญาติกับ ริโอ และ แอนทอน เฟอร์ดินานด์ 2 กองหลังที่มีศีกดิ์เป็นหลาน ซึ่งจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะตามหลังเขาในเวลาต่อมา

เฟอร์ดินานด์ เริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับสโมสรนอกลีก ก่อนจะย้ายไปเล่นกับ เซาธ์ฮอลล์ ซึ่งก็ยังเป็นนอกลีกอยู่ แต่ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมตลอด 2 ปี ทำให้เขาได้ย้ายไปเล่นกับสโมสรระดับอาชีพทีมแรกกับ ฮาเยส ในปี 1986

เพียงปีเดียวกับ 19 ประตูจาก 33 นัด ทำให้ เฟอร์ดินานด์ ได้ย้ายไปทีมที่ใหญ่กว่าอย่าง ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ในปี 1987 และได้ประเดิมสนามในปีนั้น แต่ต้องใช้เวลาถึง 3 ปีกว่าจะก้าวขึ้นไปเป็นตัวหลักให้ คิวพีอาร์ ได้สำเร็จ ในฤดูกาล 1990-91 หลังถูกปล่อยไปหาประสบการณ์กับการเล่นแบบยืมตัว กับ เบรนท์ฟอร์ด และ เบซิคตัส

หลังจากนั้นเขาเป็นกำลังสำคัญของทีมมาโดยตลอด และหลังดิวิชั่น 1 เปลี่ยนชื่อเป็น พรีเมียร์ลีก หอกร่างยักษ์ ยิงประตูในลีกแตะเลข 2 หลักถึง 3 ปีติด โดยฤดูกาล 1994-1995 เขาพา คิวพีอาร์ จบอันดับที่ 8 ในพรีเมียร์ลีก และยิงประตูในลีกได้ถึง 24 ประตู มากเป็นอันดับที่ 3 เป็นรองแค่ อลัน เชียร์เรอส์ (34) และ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ (25) เท่านั้น

นั่นทำให้ นิวคาสเซิ่ล ตัดสินใจคว้า เฟอร์ดินานด์ มาล่าตาข่ายในถิ่น เซนต์ เจมส์ ปาร์ค ในฤดูกาล 1995-96 ด้วยค่าตัว 6 ล้านปอนด์ และกลายเป็นสโมสรที่เขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมที่สุดในอาชีพค้าแข้ง

เฟอร์ดินานด์ ประเดิมฤดูกาลแรก ด้วยการยิง 29 ประตู จาก 44 นัด แบ่งเป็นการยิงในพรีเมียร์ลีก 25 ประตู ช่วยให้ สาลิกาดง จบฤดูกาลด้วยตำแหน่งรองแชมป์ โดยมีแต้มตามหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเพียง 4 คะแนนเท่านั้น

 

แม้จะไม่ได้ยิงประตูมากที่สุดในลีก แต่ผลงานที่โดดเด่นเหนือใครในช่วงนั้น ทำให้เขาคว้าแข้งยอดเยี่ยมประจำปีของ “พีเอฟเอ” ไปครอง แถมติดทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลนั้นของ “พีเอฟเอ” อีกด้วย

ฤดูกาลต่อมา ผลงานของ เฟอร์ดินานด์ อาจตกไปบ้าง หลังยิงไป 16 ประตูจาก 31 นัดในลีก แต่นั่นก็เป็นเพราะการมาของ อลัน เชียเรอร์ ดาวยิงดีกรีทีมชาติอังกฤษ ที่มาช่วยแบ่งเบาภาระในแดนหน้า กดประตูรวมกัน 49 ลูกในทุกรายการ (เฟอร์ดินานด์ 21, เชียเรอร์ 28) แต่นั่นก็เป็นอีกฤดูกาลที่พวกเขาจบรองแชมป์ลีกอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เหล่าทูน อาร์มี่ ต้องใจหายไม่น้อย เมื่อทีมรักเลือกขาย เฟอร์ดินานด์ ให้กับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ด้วยราคา 6 ล้านปอนด์ ในปี 1997 ซึ่งนี่คือทีมในวัยเด็กที่ เลส ตามเชียร์มาตั้งแต่เด็กแล้ว

แม้อาการบาดเจ็บทำให้เขาพลาดลงเล่นในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล 1997-98 แต่ช่วงท้าย ๆ เขาก็สลัดอาการเหล่านั้น พร้อมกับประสานงานกับ เจอร์เก้น คลินสมันน์ ในแดนหน้า จนช่วยให้ ไก่เดือยทอง ทำแต้มหนีจากการตกชั้นได้สำเร็จ

 

จากนั้นในฤดูกาลต่อมา เฟอร์ดินานด์ ก็มีส่วนพา สเปอร์ส คว้าแชมป์ลีกคัพ หลังเอาชนะ เลสเตอร์ ในนัดชิงชนะเลิศด้วยสกอร์ 1-0 แต่อาการบาดเจ็บที่ยังรบกวนอยู่บ่อย ๆ ทำให้เขายิงเพียง 12 ประตูในช่วง 3 ปีแรกกับทีมสเปอร์ส

อย่างไรก็ตาม การมาของ ร็อบบี้ คีน กองหน้าดาวรุ่งที่ทีมคว้ามาจาก ลีดส์ ในยุคของ เกล็น ฮ็อดเดิ้ล ทำให้เขาไม่มีโอกาสลงเล่นเท่าที่ควร และตัดสินใจย้ายซบ เวสต์แฮม ในเดือนมกราคมปี 2003 แบบไม่เป็นเผยค่าตัว แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้ “ขุนค้อน” รอดตกชั้นได้ ก่อนจะย้ายไป เลสเตอร์ ทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2003-04

และกับ “จิ้งจอกสยาม” เฟอร์ดินานด์ สามารถกลับมาโชว์ฟอร์มเก่งอีกครั้งในช่วงบั้นปลายอาชีพ โดยยิงไปถึง 12 ประตูจาก 29 นัดในลีก ทำให้เขาคว้าตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรในปีนั้นไปครอง แต่เป็นอีกครั้งที่เขาไม่สามารถช่วยให้ทีมหนีตกชั้นได้เป็นครั้งที่ 2

เฟอร์ดินานด์ ปฏิเสธสัญญาใหม่กับ เลสเตอร์ เพื่อย้ายไปเล่นกับ โบลตัน วันเดอร์เรอร์ส ในฤดูกาลต่อมา แม้ยิงเพียงลูกเดียว แต่ก็เป็นประตูแห่งความทรงจำที่ยิงใส่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั้ง ๆ ที่เขาถูกโยกไปเล่นเป็นกองหลังจำเป็น

ในฤดูกาลเดียวกัน เขาเลือกย้ายไปเล่นให้ เร้ดดิ้ง ในแชมเปี้ยนส์ชิพ แทน และโยกไปเล่นกับ วัตฟอร์ด ทีมจากลีกรองในฤดูกาล 2005-06 แต่ก็ไม่ได้ลงเล่นให้ทีมแม้แต่นัดเดียว พร้อมตัดสินใจแขวนสตั๊ดด้วยวัย 40 ปี

หลังเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพในปี 2006 อีก 2 ปีต่อมา เฟอร์ดินานด์ ก็กลับมาสู่วงการลูกหนังอีกครั้ง ด้วยการเป็นสต๊าฟโค้ชใน สเปอร์ส ร่วมกับ ทิม เชอร์วู้ด อดีตเพื่อนร่วมทีม ไก่เดือยทอง

เขาลาตำแหน่งนี้ไปในปี 2014 ก่อนจะเข้ารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการกีฬาสโมสรของ คิวพีอาร์ สโมสรที่เขาแจ้งเกิด ในปี 2015 และยังทำหน้าที่นี้อยู่จนถึงปัจจุบัน
เกียรติประวัติ
เบซิคตัส
ตุรกี คัพ : 1988–89
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส
ฟุตบอลลีกคัพ : 1998–99
ส่วนตัว
ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของ พีเอฟเอ : 1995–96
ทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของพรีเมียร์ลีกพีเอฟเอ : 1995–96
นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของเลสเตอร์ซิตี้ : 2003–04
หอเกียรติยศ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

credit : http://www.totalfootballmag.com/

images credit : https://www.mylondon.news/

images credit : https://turkish-football.com/

images credit : https://www.chroniclelive.co.uk/

images credit : https://www.caughtoffside.com/

images credit : https://www.football.london/

images credit : https://www.whufc.com/

images credit : https://talksport.com/

images credit : https://www.90min.com/