Trending Tags

ตำนานแบ็กซ้ายชาวฝรั่งเศส ของแมนฯยูไนเต็ดและยูเวนตุส “ปาทริซ เอฟร่า”

ปาทริซ เอฟร่า ฟลูแบ็กของ แมนฯยูไนเต็ด ยุค2000 หนึ่งในนักเตะที่ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังยกย่องว่าดีที่สุดคนหนึ่งที่ตัวเองค้นพบ เอฟร่า เกิดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 1981 ที่กรุงดาการ์ ประเทศเซเนกัล โดยมีพี่น้องถึง 26 คน

เอฟร่า ได้ย้ายมาอยู่ในยุโรปโดยผ่านทางประเทศเบลเยียมเมื่ออายุได้ 6 ปี เพราะพ่อของเขาเป็นนักการทูต จนกระทั่งเขาย้ายไปเมืองมาร์ซาลา บนเกาะซิซิลี ของประเทศอิตาลี เพื่อเริ่มต้นอาชีพนักฟุตบอลในปี ค.ศ. 1998

ในช่วงวัยเด็ก เอฟร่า เริ่มต้นเล่นในตำแหน่งปีกให้กับทีมเยาวชนของ ปารีส แซ็ง-แชร์กแม็ง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้รับสัญญาให้เล่นในระดับอาชีพ เขายังได้รับความสนใจจากแมวมองของสโมสรฟุตบอลเล็ก ๆ แห่งหนึ่งของอิตาลีที่ชื่อว่ามาร์ซาลา ซึ่งต่อมา เอฟร่า ได้เซ็นสัญญากับสโมสรแห่งนี้ ที่ซึ่งเขาได้เล่นตำแหน่งปีกตัวรุกให้กับทีม




เอวราได้รับโอกาสลงสนาม 27 นัด และยิงไป 6 ประตู ในฤดูกาลต่อมาเขาย้ายไปอยู่กับสโมสรมอนซาในเซเรียเบของอิตาลี แต่ได้ลงสนามเพียงแค่ 3 นัดเท่านั้น

เอฟร่า กลับมาเล่นในฝรั่งเศสกับสโมสร นีซ ในดิวิชั่น 2 ในช่วงแรก ๆ เขาเล่นเป็นกองหน้า แต่เนื่องด้วยสโมสรประสบปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ ทำให้เขาต้องเปลี่ยนตำแหน่งมาเล่นแบ็กซ้ายเป็นครั้งแรกในระหว่างนัดที่พบกับสตาดลาวาลัว ซึ่งในนัดต่อ ๆ มา ซานโดร ซัลโวนี ผู้จัดการทีมได้ลองให้ เอฟร่าเล่นตำแหน่งต่าง ๆ ในแนวรับ จนกระทั่งเขาสร้างผลงานได้ดีในการเล่นตำแหน่งในแนวรับและได้ถูกเสนอชื่อให้เป็นแบ็กซ้ายยอดเยี่ยมของดิวิชัน 2 ฝรั่งเศสในตอนนั้นปี 2000

จนกระทั่งปี 2002 เอฟร่า ถูก ดีดีเย เดช็อง ผู้จัดการทีมสโมสร โมนาโก ในขณะนั้นประทับใจฟอร์มการเล่นของเอฟร่าในตำแหน่งแบ็กซ้าย เอฟร่าจึงได้ย้ายมาอยู่กับสโมสร โมนาโก ที่ซึ่งเขากลายเป็นนักเตะตัวหลักในแนวรับของทีมทันที

จากฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของเขาทำให้เขาถูกเรียกตัวติดทีมชาติฝรั่งเศส ต่อมาในปี 2005 เอฟร่าได้รับโอกาสเป็นกัปตันทีมในบางครั้ง แต่สโมสรโมนาโก มีผลงานที่ไม่ดีตลอดทั้งฤดูกาล และยังตกรอบคัดเลือกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอีกด้วย

ในปี 2006 เอฟร่า ถูก อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือปีศาจแดง แย่งตัวเข้าทีมจนได้หลังมีการเปิดศึกแย่งตัวกับทั้ง อินเตอร์ มิลาน และ โรม่า แต่สุดท้าย เอฟร่า เลือกที่จะมาซบตักแมนฯยู เป็นการเริ่มต้นอาชีพฟุตบอลที่ประเทศอังกฤษทันทีด้วยค่าตัว 5.5 ล้านปอนด์

จากการย้ายมาอยู่ที่นี่ เอฟร่า ยังเป็นตัวสำรองของ มิเกล ซิลแวส บ่อยครั้ง เพราะผลงานยังไม่สู้จะดีนัก ทำให้ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เลือกให้เขาเป็นสำรองมากกว่า

โดยหลังจากนั้นไม่นาน เอฟร่า ถีบตัวเองด้วยความมุ่งมั่นจนเขากลายเป็นตำแหน่งตัวหลักของทีมทันทีที่ระยะหลังมักทำแอสซิสต์ให้เพื่อนยิงประตูเป็นประจำ จนทำให้ ปาทริซ เอฟร่า กวาดรางวัลส่วนตัว จาก”พีเอฟเอ” มาได้อย่างมากมายจนกลายเป็น ตำนานของ แมนยูไนเต็ด รวมทั้งพรีเมียร์ลีกอีกด้วย

เขาลงเตะให้ ปีศาจแดง ไปทั้งหมดเกือบ 400 แมตช์ พาแมนฯยูคว้าแชมป์มาอย่างมากมาย ทั้งพรีเมียร์ลีก 5 สมัย ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย ลีกคัพ 3 สมัย ฟีฟ่าคลับ เวิร์ดคัพ 1 สมัย จนเขาได้รับการยกย่องจากสื่อหลายสำรักว่า เอฟร่า เป็นแบ็กจอมบุกที่เล่นได้สนุกที่สุดคนหนึ่งในพรีเมียร์ลีกสมัยนั้น

หลังจากโลดแล่นมากับปีศาจแดงถึง 8 ปี เอฟร่า ก็ย้ายสังกัดไปค้าแข้งกับ ยูเวนตุส และช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา 2 สมัย อิตาเลี่ยน คัพ 1 สมัย อิตาเลี่ยน ซุปเปอร์ คัพ 1 สมัย โดย เอฟร่า ค้าแข้งอยู่เมืองตูริน เป็นระยะเวลา 4 ปี เขาก็ย้ายกลับไปเล่นให้กับ มาร์กเซย

ทว่าเขาอยู่ยังไม่ถึงปี ก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้นจนเขาถูกแบนในการลงเตะ ด้วยปัญหาทะเลาะวิวาทกับแฟนบอลถึงขั้นกระโดดถีบในช่วงขณะวอร์มร่างกายก่อนลงทำการแข่งขัน ทำให้มาร์กเซยยกเลิกสัญญากับเขาไปในที่สุด






หลังจากถูกแบนไปจนครบกำหนด เอฟร่า ที่เป็นแข้งฟรีเอเย่นต์ก็ถูกสโมสร เวสต์แฮม ดึงมาร่วมงานในสัญญาระยะสั้น และสุดท้ายเขาก็จบอาชีพค้าแข้งที่นี้ในที่สุด ตลอด 20 ปีที่ค้าแข้ง เอฟร่า แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในอาชีพฟุตบอลอย่างเต็มที่ จนหลายคนยอมรับว่า เอฟร่า คือหนึ่งในแบ็กที่เติมเกมรุกได้ดีที่สุดของวงการคนหนึ่งเลยทีเดียว

เกียรติประวัติ
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
-พรีเมียร์ลีก : 2006-2007, 2007-2008, 2008-2009, 2010-2011, 2012-2013
-ฟุตบอลลีกคัพ : 2005-2006, 2008-2009, 2009-2010
-เอฟเอคอมมูนิตีชีลด์ : 2007, 2008, 2010, 2011, 2013
-ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก : 2007-2008
-ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก : 2008
ยูเวนตุส
-เซเรียอา : 2014–15, 2015–16
-โกปปาอีตาเลีย : 2014–15, 2015–16
-ซูแปร์โกปปาอีตาเลียนา : 2015

credit : https://peoplepill.com/

images credit : https://www.asmonaco.com/

images credit : https://www.sportingnews.com/

images credit : https://afootball8888.blogspot.com/

images credit : https://www.shropshirestar.com/

images credit : https://www.juvefc.com/

images credit : https://thewillnigeria.com/

images credit : https://www.independent.co.uk/

images credit : https://www.premierleague.com/