Trending Tags

รุด กุลลิท แข้งทองวงการลูกหนังยุค 90 หนึ่งในสามทหารเสือของ เอซี มิลาน

มีผู้ชายเพียงไม่กี่คนในประวัติศาสตร์เอซี มิลาน ที่สามารถกล่าวได้ว่าเป็นผู้ประกาศยุคใหม่ที่สมบูรณ์ของสโมสร ซึ่ง รุด กุลลิท คือหนึ่งในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย โดย รุด กุลลิท มีชื่อเต็มว่า รือดี ดิล เกิดเมื่อวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 1962 เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลและอดีตนักฟุตบอล ชาวดัตช์ ซึ่งเล่นฟุตบอลอาชีพอยู่ในคริสต์ทศวรรษ 1980 และคริสต์ทศวรรษ 1990

รุด กุลลิท ชื่อชอบฟุตบอลมาตั้งแต่ยัง 5 ขวบ และก็เข้าศูนย์ฝึกเยาวชนของ เอเอสวี เมียร์บอย ทีมนอกลีกที่อยู่แถวย่านชานเมืองในขณะนั้น และเจ้าตัวก็ได้ฝึกฝนฝีเท้าขัดเกลาจนมีทักษะเรื่องฟุตบอลได้เป็นอย่างดี


ในปี 1975 กุลลิท ย้ายมาสั่งสมฝีเท้ากับทีมเยาวชนของ เดเวเอส และที่นี่ก็ทำให้เขาฉายแววจนหลายทีมใหญ่มองตากันปริบๆ จนกระทั่งเขาเริ่มติดทีมชาติเนเธอร์แลนด์ชุดยู-21ปี ทั้งๆที่เขาอายุเพียงแค่16ปีเท่านั้น เพราะระดับฝีเท้ามันก้าวข้ามเกินอายุนั่นเอง จึงทำให้กุนซือไม่รีรอที่จะดึงเขามาร่วมทีมนั่นเอง

ในปี 1978 กุลลิท ได้เซ็นสัญญาอาชีพนักเตะอย่างเป็นทางการกับสโมสร ฮาร์เลม จนกลายมาเป็นตัวจริงของทีมในที่สุด

ภายในแค่เพียง 2 ปีเขาก็สามารถช่วยต้นสังกัดคว้าแชมป์ลีกดีวีชั่น 2 มาสู่ทีมได้สำเร็จนั่นจึงทำให้เขากลายเป็นดาวรุ่งที่จับตามากที่สุดในยุคนั้นของฮอลแลนด์

จนกระทั่งปี 1982 เขาเริ่มได้ย้ายเข้าสู่ทีมที่ใหญ่ขึ้นอย่าง เฟเยนูร์ด และได้ร่วมงานกับยอดนีกเตะอีกรายคือ โยฮัน ครัฟ ก็ร่วมงานกันจนสามารถพาสโมสรอาชีพที่สองของเขาประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ลีกสูงสุกของ เนเธอร์แลนด์ได้สำเร็จ รวมถึง กุลลิท ยังได้ราวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีของ เนเธอร์แลนด์มาครองด้วย

หลังจากพาทีม เฟเยนูร์ด ประสบความสำเร็จอย่างมามายจนเขาเริ่มอิ่มตัวกับสโมสร จนกระทั่งในปี 1987 เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่ของ อิตาลี ก็ได้ทุ่มซื้อตัวไปจาก เฟเยนูร์ด ในราคา 10 ล้านยูโร ซึ่งถือว่าสูงมากในเวลานั้น

ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของแข้งพรสวรรค์ของเขาที่มาอยู่กับ เอซี มิลานเพียงไม่นาน เขาก็สามารถพาต้นสังกัดใหม่ คว้าแชมป์ลีกตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เข้ามาถึง แถมเจ้าตัวยังสามารถคว้ารางวัล บัลลงดอร์ ตัดหน้าแข้งดังหลายคนไปครองได้สำเร็จอีกด้วย ยิ่งทำให้ชื่อเสียงของ กุลลิท โด่งดังไปทั่วโลก

ด้วยการร่วมงานอย่างสุดยอดทั้ง มาร์โก ฟาน บาสเท่น, แฟร้งค์ ไร้การ์ด และ รุด กุลลิท จนทั้งสามได้ฉายาว่า “สามทหารเสือ”ที่โด่งดังมาจนถึงปัจจุบันนี้ พร้อมทั้งพา เอซี มิลาน ได้แชมป์ทั้ง กัลโช่ 3 สมัย และ แชมป์ยุโรปอีก 2 สมัย

ในส่วนของ ทีมชาติกับ เนเธอร์แลนด์ กุลลิท ร่วมการแข่งขันบอลยูโร 1988 แถมได้ร่วมงานกับสามทหารเสืออีก ทำให้พวกเขาสามารถคว้าแชมป์ยูโรในครั้งนั้นมาครองได้สำเร็จ

หลังจากเขาอิ่มตัวกับเอซี มิลาน ที่พาต้นสังกัดคว้าแชมป์เป็นว่าเล่นหลายรายการ กุลลิท ได้โยกไปเล่นให้กับ ซามพ์โดเรีย ทีมในกลัโช่เป็นระยะเวลาสั้นๆเพียง 1ฤดูกาล กลับไปกลับมาระหว่าง มิลานและซามพ์โดเรีย อีก 1 ฤดูกาล จึงตัดสินใจหาความท้าทายใหม่ด้วยการมาโลดแล่นที่ยังเกาะอังกฤษ ด้วยการซบทีมดังอย่าง “สิงห์บลู”เชลซี ในปี 1995

แต่นั่นคือช่วงปลายอาชีพของเขา ที่ดูเหมือนจะเริ่มหมดไฟในการแข่งขัน ซึ่งตอนนั้นเขามีอายุอานามที่ 33 ปีไปแล้ว แต่ด้วยความเก๋าจึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาจะช่วยเหลือทีมได้มากขนาดไหน




ในระหว่างที่เขาร่วมงานกับ เชลซี กุลลิท เขาไม่ได้โดดเด่นเหมือนในสมัยค้าแข้งยัง อิตาลี เพราะเวลานี้เขาทำหน้าที่นักเตะพ่วงด้วยตำแหน่งผู้จัดการทีมชั่วคราวของ เชลซี ไปด้วย นั่นจึงทำให้มักจะเห็นเขาอยู่ข้างสนามมากกว่าอยู่ในสนาม

ในฐานะผู้จัดการทีมของ เชลซี เขาสามารถพาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอคัพ มาครองได้สำเร็จถือเป็นการรอคอยของสโมสรมานานถึง 26 ปี และหลังจากนั้นเขาก็ได้แขวนสตั๊ดไปในที่สุด และหันมาเอาดีทางด้านการเป็นผู้จัดการทีมอย่างเต็มตัว

แต่ด้วยประสบการณ์ที่ยังไม่มากทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จทางด้านผู้จัดการทีมมากเท่าใดนัก เขาคุม เชลซี 3 ฤดูกาล นิวคาสเซิ่ล 1 ฤดูกาล เฟเยนูร์ด 1 ฤดูกาล และ สอสแองเจลิส เมเจอร์ลีก 1 ฤดูกาล หลังจากนั้นเขาก็หันมาเป็นผู้วิเคราะห์บอลให้กับสถานีดังแห่งหนึ่ง



เกียรติประวัติ
เฟเยนูร์ด
แชมป์เอเรอดีวีซี ฮอลแลนด์ 1983–84
แชมป์ลีกดัตซ์ คัพ 1983–84
พีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น
แชมป์เอเรอดีวีซี ฮอลแลนด์ 1985–86, 1986–87
เอซี มิลาน
แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา 1987–88, 1991–92, 1992–93
แชมป์ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียน่า 1992, 1994
แชมป์ยูโรเปียนคัพ 1988–89, 1989–90
แชมป์ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 1990
แชมป์อินเตอร์คอนติเนนตัล คัพ 1990
ซามพ์โดเรีย
แชมป์โคปา อิตาเลีย 1993–94
ทีมชาติเนเธอร์แลนด์
แชมป์ ยูฟ่า ยูโร 1988
ระดับผู้จัดการทีม
เชลซี
แชมป์เอฟเอ คัพ 1996–97

credit :

images credit : https://www.sports-nova.com/

images credit : https://www.10footballentertainment.com/

images credit : https://www.kodromagazine.com/

images credit : https://www.reddit.com/

images credit : https://www.ruudgullit.net/

images credit : https://english.stadiumastro.com/

images credit : https://www.premierleague.com/

images credit : https://m.facebook.com/

images credit : https://www.mirror.co.uk/sport